เชื่อได้เลยว่าในการซื้อโทรศัพท์มือถือมาใช้งานสักเครื่อง ไม่ว่าจะถูกหรือแพงอย่างไร ผู้ใช้ทุกคนย่อม
คาดหวังว่าจะได้ใช้มือถือเครื่องนั้นให้คุ้มค่ายาวนานไปจนกว่าจะถึงเวลาที่อยากเปลี่ยนมือถือใหม่ ด้วยความ
มุ่งมั่นว่าจะเก็บรักษาให้มือถือเหล่านั้นให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานโดยไม่พังก่อนเวลาที่ควรจะเป็น
ทำให้หลายคนเลือกที่จะติดฟิล์มกันรอยและใส่เคสกันกระแทกเป็น
วิธีการแรกๆ ที่นิยมทำกันหลังจากที่ซื้อมือถือมาใช้งานแล้ว และ
ปัจจุบันการใส่เคสมือถือก็ยังได้รับความนิยมมากขึ้น จากความ
หลากหลายของรูปแบบ ซึ่งถือเป็นการสร้างอัตลักษณ์ของแต่ละ
บุคคลให้มีความสวยงามโดดเด่นไม่เหมือนใคร เพราะทุกท่านสามารถ
เลือกใส่เคสมือถือที่มีลวดลายสีสันต่าง ๆ ทำให้มือถือของแต่ละบุคคล
ดูมีเอกลักษณ์ แตกต่างจากมือถือของท่านอื่น ๆ ที่ใช้รุ่นเดียวกันนั่นเอง
แต่การเลือกใช้เคส (Case) ที่มีรูปแบบที่มีการบรรจุ
ด้วยของเหลวใส ผสมกลิตเตอร์ (Glitter) หรือที่รู้จักกันในชื่อ
“กากเพชร”อยู่ภายใน เพื่อเกิดความสวยงามเป็นประกาย
ซึ่งสารเคมีที่ใช้บรรจุส่วนใหญ่มีส่วนผสมของสารเคมีที่อาจมี
อันตรายต่อผิวหนัง เช่น เดคเคน (Decane) โนเนน (Nonane)
เฮปเทน (Heptane) โดยสารเคมีดังกล่าว มักนำมาเป็นตัวทำ
ละลายและเป็นส่วนผสมในน้ำมันเชื้อเพลิงใช้ในการชะล้างไขมัน
ในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และเป็นตัวทำละลายในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี หรือการ
บรรจุด้วย กรดออกซาลิค (Oxalic acid) เป็นสารที่มีฤทธิ์ความเป็นกรด หากสารเคมีที่มีฤทธิ์ความเป็นกรด
สัมผัสกับผิวหนังจะมีผลทำให้เกิดการระคายเคืองและเป็นผื่นแดงคัน หรือเกิดแผลพุพอง เพื่อเป็นการคุ้มครอง
ผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าดังกล่าว คณะกรรมการว่าด้วยฉลากจึงออก ประกาศ
คณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๔๑ (พ.ศ. ๒๕๖๑) เรื่อง ให้อุปกรณ์สําหรับห่อหุ้ม (Case) โทรศัพท์เคลื่อนที่
และเครื่องคอมพิวเตอร์แท็ปเล็ต ที่มีการนําสารเคมีมาบรรจุอยู่ภายในเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก โดยกำหนดให้
มี คําเตือน ต้องระบุว่า ทั้งนี้ ข้อความที่เป็น ต้องใช้ตัวอักษรที่มี
สีต่างจากสีพื้นผิวผลิตภัณฑ์ และมีขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรอื่นแสดงไว้ในลักษณะคงทนที่ผลิตภัณฑ์
สคบ. แนะนำผู้ใช้งานเคสในรูปแบบดังกล่าวว่า จะต้องใช้ความระวังอย่างยิ่ง เพราะมีโอกาสที่เกิด
การแตกและรั่วซึมได้ง่ายและหากท่านพลาดสัมผัสกับของเหลวในเคสโทรศัพท์ ให้รีบล้างด้วยน้ำสบู่
และทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนังทันที หากมีอาการแพ้หรืออาการยังไม่ดีขึ้นต้องรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว